ข้อคิดเตือนใจ


 

ทัศนคติเชิงบวก, การพัฒนาตนเอง และความซื่อสัตย์สุจริต

ทัศนคติเชิงบวก หมายถึง การมองโลกในแง่ดี

การคิดดี ทำดี ต่อตนเอง ต่อครอบครัว และต่อผู้อื่น

การพัฒนาตนเอง หมายถึง การเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

สิ่งใดที่ดี ให้รักษาไว้ สิ่งใดที่ไม่ดี ให้แก้ไขพัฒนาจากความเป็นคน สู่ความเป็นมนุษย์  รู้จักพอ รู้จักความพอดี ทำชีวิตให้มีความสุข

ไม่ใช่พัฒนาตนเองให้เก่งแต่เพียงอย่างเดียว  บางคนพัฒนาแต่ความสามารถในการหาวัตถุ

แต่ไม่พัฒนาทางด้านจิตใจ ก็ไม่มีความสุข มีแต่ทุกข์

สุดท้ายคือความซื่อสัตย์ สุจริต ต่อตนเอง ต่อครอบครัว คนรอบข้าง และต่อผู้อื่น นั่นเอง

ความซื่อสัตย์ จะทำให้เราไม่ต้องกังวล ไม่เครียด       ทำให้เรานับถือตัวเอง และเป็นที่น่าเชื่อถือของคนอื่น

ความจริง คนที่ทำมาหากิน โดยยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต     แล้วประสบความสำเร็จและร่ำรวย มีมากมายทีเดียว

หรือแม้ว่าเราไม่ได้ร่ำรวยอย่างคนอื่นเขา    แต่เราก็จะรวยในแบบของเรา คือรวยความสุข

เงิน ซื้อบ้านได้ แต่ซื้อความอบอุ่นไม่ได้    เงิน ซื้อเตียงได้ แต่ซื้อการนอนหลับไม่ได้      เงิน ซื้อยาได้ แต่ซื้อสุขภาพไม่ได้
เงิน ซื้อหนังสือได้ แต่ซื้อความรู้ไม่ได้      เงิน ซื้อตำแหน่งได้ แต่ซื้อความนับถือไม่ได้    เงิน ซื้อSEXได้ แต่ซื้อความรักไม่ได้
เงิน ซื้อกระดาษปากกาได้ แต่ซื้อความเป็นกวีไม่ได้                                          เงิน ซื้ออาหารดีๆได้ แต่ซื้อความอยากรับทานไม่ได้
เงิน ซื้อความประจบสอพลอได้ แต่ซื้อความจริงใจไม่ได้        เงิน ซื้อการตามใจได้ แต่ซื้อความจงรักภักดีไม่ได้
เงิน ซื้อเพชรนินจิลดาได้ แต่ซื้อความงามไม่ได้                 เงิน ซื้อความสนุกชั่วครู่ได้ แต่ซื้อความสุขไม่ได้
เงิน ซื้อเพื่อนร่วมเดินทางได้ แต่ซื้อเพื่อนแท้ไม่ได้               เงิน ซื้ออำนาจราชศักดิ์ได้ แต่ซื้อปัญญาไม่ได้
เงิน ซื้ออาวุธยุธภัณฑ์ได้ แต่ซื้อสันติสุขไม่ได้                   เงิน ซื้อเมียที่สวยได้ แต่ซื้อแม่ที่ดีให้ลูกไม่ได้
แล้วใหนเล่าที่คนเราทุกคนคิดว่า 'เงิน' ซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้         เมื่อคุณตายไปแล้วคุณสามารถเอาสมบัติของคุณไปได้ใหม
สิ่งที่จะติดตัวกับเราไปตราบชั่วนานก็คือ 'ความดี' 'ความชั่ว'       ที่เราได้ก่อขึ้นมาเท่านั้นเอง!!!